บทที่ 2 ปัญหาตั้งต้น II

“แม่ไม่เข้าใจอิง”

“แม่เข้าใจอิงทุกอย่าง แต่อิงต้องแยกแยะ ว่าครั้งนี้...แม่ไม่ได้ทำเพื่อไออุ่นคนเดียวเท่านั้น”

อิงดาวเม้มปากแน่น พูดไม่ออกไปนานนับนาที ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่ามารดาหวังดี เพียงแต่ตอนนี้...เธอยังเอาชนะความกลัวไม่ได้

“หัวอกคนเป็นแม่ ทนเห็นลูกเป็นทุกข์ได้เท่านี้แหละอิง และถ้าครั้งนี้คุณวรรณีมาขู่หรือทำร้ายอิงอีก แม่จะพูดกับโอบว่าอิงเคยเจออะไรมา อิงถึงจากไป”

คุณเอื้อมเดือนเดินไปหยิบโทรศัพท์มากดหาเบอร์ ใช้เวลาไม่นานนักปลายสายก็กดรับด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้

“โอบ...นี่แม่เองนะ”

“อิงคุยเองค่ะแม่”

อิงดาวคว้าเครื่องมือสื่อสารมาถือไว้ พลางก้มมองตัวเลขนาทีที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเดินหายออกไปที่ระเบียงห้องพัก

“พี่โอบ...นี่อิงเองนะคะ”

“อิงดาว” น้ำเสียงของเขาสั่นไหวจนเธอจับสังเกตได้

“ค่ะ”

ช่างเป็นการเค้นเสียงออกไปได้อย่างยากลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นก็จำเป็นต้องพูดถึงสิ่งที่จำเป็นออกมา

“อิงมีเรื่องจะรบกวน ขอคุยสักครู่ได้ไหมคะ”

“เลื่อนการประชุมสิบห้านาที ผมมีธุระด่วนต้องจัดการ”

น้ำเสียงที่ลอดผ่านเข้ามาให้ได้ยินทำให้อิงดาวถึงกับน้ำตาซึม สำหรับเขา...เธอยังเป็นคนพิเศษอยู่เสมอ

“อิง”

“อิงขอเข้าเรื่องเลยได้ไหมคะ”

“เกิดอะไรขึ้น หายไปอยู่ที่ไหนมา รู้ไหมว่าพี่...”

“แม่อิงป่วย อิงจำเป็นต้องใช้เงิน”

เธอไม่รอให้เขาพูดจบประโยค เพราะกลัวว่าความคิดถึงที่มีจะทำให้หัวใจหน่วงหนึบมากเกินกว่าจะรับไหว

การได้ยินเสียงเขาอีกครั้งทำให้รู้ซึ่งแก่ใจ ว่าทุกความรู้สึกที่พยายามกดทับไว้ มันไม่เคยเลือนหายไปจากใจแม้เพียงนาที

“ถ้าไม่มีเรื่องเดือดร้อน อิงคงไม่โทรมาใช่ไหม?”

“อิงจำเป็น”

“ต้องใช้เงินเท่าไหร่?” เขาถามกลับเสียงแข็ง เป็นน้ำเสียงที่อิงดาวพอจะเดาได้ ว่าโอบนิธิกำลังไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

รู้ว่าเขาไม่ชอบให้เธอเมินเฉยต่อความรู้สึกของเขาสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ทำมันด้วยการตัดบทไปทั้งอย่างนั้น ทั้งที่เขายังพูดไม่ทันจบประโยคดี

แต่หากฟัง...หัวใจเจ้ากรรมคงกลัดหนองมากกว่าที่เป็นอยู่

“หนึ่งแสนค่ะ”

“ได้...พี่จะโอนให้เดี๋ยวนี้ จะได้ไม่รบกวนเวลาอิงนานนัก”

“พี่โอบ...”

“แล้วอิงจะใช้คืนเมื่อไหร่?”

ช่างเป็นคำถามที่ส่งผลต่อหัวใจคนฟัง เพราะไม่มีสักครั้งที่เขาจะคิดเล็กคิดน้อยกับเธอเหมือนที่กำลังเป็นอยู่

“หลังจากนี้อิงจะหางานประจำทำ ถ้าได้เงินเดือนเมื่อไหร่...”

“พี่ยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะเอาเงิน”

สิ้นเสียงนั้น ข้อความบนหน้าจอมือถือก็แจ้งเตือน ว่าขณะนี้มียอดเงินเข้ามาเท่าไหร่ และมันก็มากเสียจนอิงดาวอดตาโตไม่ได้

“พี่โอบให้เงินอิงเยอะเกินไป อิงจะโอนส่วนต่างคืน”

“บอกแล้วไงว่าพี่ไม่รับเป็นตัวเงิน”

“แล้วพี่โอบจะเอาอะไร?”

คนถามอดหวั่นในใจไม่ได้ และสุดท้ายความกลัวที่เต้นเร่าอยู่ในใจ ก็โผล่หน้ามาทักทายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเขา

“กลับมาหาพี่ ถ้าจะทำงาน...ก็มาทำงานกับพี่”

กลับมาอยู่ใกล้ๆ อย่าหายไปจากชีวิตของเขาอีก!

“ไม่ค่ะ!”

“แต่อิงรับเงินพี่ไปแล้ว!”

เขาแกล้งยั่ว ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น คนอย่างอิงดาว...หากไม่อับจนหนทางจริงๆ ก็จะไม่ยอมปริปากขอความช่วยเหลือใดจากใคร

“พี่โอบกำลังบังคับอิง ทั้งที่อิงกำลังเดือดร้อน”

“พี่เองก็เดือดร้อน เมียหายออกจากบ้านไปหลายเดือน ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไปแบบไม่ลากันสักคำ!”

“นี่...”

“วันจันทร์นี้เจอกันที่ออฟฟิศพี่ และถ้าอิงไม่มา...พี่จะจ้างคนเก่งๆ มาจับสัญญาณมือถือ จะจ้างนักสืบมาตามหา จะทำทุกทางเพื่อเจออิงอีกครั้ง”

ไม่ใช่คำขู่ ไม่ใช่คำพูดที่มีไว้เพื่อหลอกล่อให้เธอหวาดกลัว แต่เป็นคำพูดจริงจังจากปากของคนรัก คนที่พยายามติดต่อเธอตลอดหลายเดือนนี้ในทุกช่องทางอย่างบ้าคลั่ง

เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอคืนมา นั่นคือประโยคที่ถูกส่งเข้ามาซ้ำๆ แม้ว่าเธอจะไม่เคยตอบกลับเลยก็ตาม

“อย่าบีบอิงได้ไหม”

อย่าบีบหัวใจเธอ...เธอยังไม่พร้อม และยังไม่อยากให้เขารู้เรื่องไออุ่น

“อิงบังคับให้พี่ทำแบบนี้เอง และพี่จะไม่ใจดีกับอิงอีก”

“พี่โอบ...”

“วันจันทร์นี้พี่ต้องได้เจอหน้าอิง!” เขาย้ำอีกครั้ง “และถ้าอิงดื้อ พี่ก็ขอยืนยันคำเดิมว่าพี่จะไม่ใจดีอีกแล้ว!”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ได้คุยกัน ก่อนเขาจะกดตัดสายไป

ประโยคนั้น...ที่สร้างความอึดอัดให้หัวใจของอิงดาวจนแทบขยับไปไหนไม่ได้ ความกลัวที่ซ่อนเร้นเอาไว้ผุดขึ้นมากลางใจ

“แต่ถ้าคุณคนนั้นเจออิงอยู่กับพี่โอบอีกครั้ง เราก็คงไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันอยู่ดี ไม่มีวันที่เราสามคนจะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ พี่โอบรู้ไหม...ว่าไม่มีวัน”

อิงดาวจรดริมฝีปากลงบนแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างแผ่วเบา คิดไม่ตกว่าควรตัดสินใจอย่างไร

เพราะครั้งนี้...คงไม่เหลือทางให้เธอหนีเขาอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป